วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

A) Word of God : ชีวิตใหม่ได้รับการผนึกตราด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำในการรับมรดก

พระวจนะสำหรับคริสตชน



จากอดีตที่เราเป็นมนุษย์คนบาปและอยู่ในบาป พระธรรมเอเฟซัสได้ให้ความเข้าใจกับเราเกี่ยวกับชีวิตใหม่

อฟ. 1:13 ในพระองค์นั้น ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน และได้วางใจในพระองค์ ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา
อฟ. 1:14 เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

จากพระธรรมตอนนี้จะเห็นการดำเนินของชีวิตของเราไป 4 ขั้น นับแต่เมื่อเราอยู่ในชีวิตเก่า

1. ได้ฟังสัจวาทะ    สัจวาทะ ภาษาง่ายๆก็คือ พระวจนะแห่งความจริง  ท่านได้ฟังพระวจนะแห่งความจริง  แต่พระวจนะแห่งความจริงนั้นมนุษย์ในโลกส่วนใหญ่ก็ไม่ฟัง

รม. 1:18 เพราะว่าพระเจ้าทรงสำแดงพระพิโรธของพระองค์จากสวรรค์ ต่อความหมิ่นประมาทพระองค์ และความชั่วร้ายทั้งมวลของมนุษย์ที่เอาความชั่วร้ายนั้นบีบคั้นความจริง
รม. 1:19 เหตุว่าเท่าที่จะรู้จักพระเจ้าได้ก็แจ้งอยู่กับใจเขาทั้งหลาย เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดสำแดงแก่เขาแล้ว
รม. 1:20 ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย
รม. 1:21 เพราะถึงแม้ว่าเขาทั้งหลายได้รู้จักพระเจ้าแล้ว เขาก็มิได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ให้สมกับที่ทรงเป็นพระเจ้า หรือหาได้ขอบพระคุณไม่ แต่เขากลับคิดในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ และจิตใจโง่เขลาของเขาก็มืดมัวไป
รม. 1:22 เขาอ้างตัวว่าเป็นคนมีปัญญา เขาจึงกลายเป็นคนโง่เขลาไป
รม. 1:23 และเขาได้เอาพระสิริของพระเจ้าผู้เป็นอมตะมาแลกกับรูปมนุษย์ที่ต้องตายหรือรูปนก รูปสัตว์จตุบาท และรูปสัตว์เลื้อยคลาน
รม. 1:24 เหตุฉะนั้น พระเจ้าจึงทรงปล่อยเขาให้ประพฤติอุลามกตามราคะตัณหาในใจของเขาให้เขากระทำสิ่งซึ่งน่าอัปยศทางกายต่อกัน
รม. 1:25 เพราะว่าเขาได้เอาความจริงเรื่องพระเจ้ามาแลกกับความเท็จ และได้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ แทนพระองค์ผู้ทรงสร้าง ผู้ซึ่งควรจะได้รับความสรรเสริญเป็นนิตย์ อาเมน
รม. 1:26 เพราะเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงปล่อยให้เขามีกิเลสตัณหาอันน่าอัปยศ พวกผู้หญิงของเขาก็เปลี่ยนจากการสัมพันธ์ตามธรรมชาติ ให้ผิดธรรมชาติไป
รม. 1:27 ฝ่ายผู้ชายก็เลิกการสัมพันธ์กับผู้หญิงให้ถูกตามธรรมชาติเช่นกัน และเร่าร้อนด้วยไฟแห่งราคะตัณหาที่มีต่อกัน ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันประกอบกิจอันชั่วช้าอย่างน่าละอาย เขาจึงได้รับผลกรรมอันสมควรแก่ความผิดของเขา


ข้อ 19 บอกว่าจะรู้จักพระเจ้าได้ก็แจ้งอยู่กับใจเขาแล้วเพราะพระเจ้าสำแดงแก่พวกเขาแล้ว เช่น  สรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง เมื่อเรามองดูฟากฟ้านภากาศไม่มีทางเลยที่สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นมาเอง ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ แกแลกซี่ ฯลฯ ทุกสิ่งล้วนเปะมีระบบระเบียบทั้งสิ้น สิ่งนี้คนทั่วไปที่ยังไม่รู้ความจริงเรื่องพระเจ้าจะบอกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลจักรวาล  และนั่นคือพระเจ้า

พระคัมภีร์บอกว่า พระเจ้าที่เราไม่สามารถเห็นได้นั้น เราสามารถเห็นได้ชัดเจนจากการทรงสร้างโลกนี้ ได้เข้าใจจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง  นั่นแสดงให้เห็นว่ามีพระเจ้า และเราไม่สามารถมีข้อแก้ตัวได้เลยว่าไม่มีพระเจ้า  สิ่งแห่งการทรงสร้างนี้เองจะพิพากษาพวกเขา

แม้มนุษย์ควรได้รู้ว่ามีพระเจ้า แต่เขาปฏิเสธ คิดว่าตัวเองมีปัญญา  แต่กลับกลายเป็นความโง่เขลา

เมื่อมนุษย์ไม่ยอมรับพระเจ้าเข้ามาปกครองดูแลชีวิต พวกเขาก็ประพฤติตามราคะตัณหา ได้นมัสการปรนนิบัติสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง แทนการนมัสการพระองค์ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง

ผู้หญิงกับผู้ชายก็ผิดไปจากความสัมพันธ์ตามธรรมชาติ 


นี่เป็นสัจวาทะว่าในโลกนี้มีพระเจ้าเดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นอีกแล้วที่เป็นเจ้าของชีวิตของพวกเราทั้งหลาย

มก. 12:29 พระเยซูจึงตรัสตอบคนนั้นว่าธรรมบัญญัติเอกนั้นคือว่า โอ ชนอิสราเอลจงฟังเถิด พระเจ้าของเราทั้งหลายทรงเป็นพระเจ้าเดียว
มีพระเยซูเป็นทางนั้นนำไปสู่ความรอด

ยน. 14:6 พระเยซูตรัสกับเขาว่าเราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา


2. วางใจในพระเยซูรับความรอด    เมื่อมีคนมาประกาศมาเป็นพยานกับเรา พูดพระกิตติคุณให้เราฟัง เราเชื่อ เราวางใจ เราจึงได้รับความรอด

กจ. 16:31 เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่าจงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย

มก. 16:16 ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ

รม. 1:16 เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย


3. รับการผนึกตราด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำ  เมื่อเราต้อนรับพระเยซู เราวางใจในพระองค์ เรารับความรอด และพระองค์ประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้อยู่ในเราเป็นมัดจำ

2คร. 1:22 และพระองค์ทรงประทับตราเรา และประทานพระวิญญาณไว้ในใจของเราเป็นมัดจำด้วย

เหมือนการประทับตราไว้ว่านี่เป็นคนของใคร เรารับการประทับตราไว้ว่าเป็นลูกพระเจ้า อำนาจมืดวิญญาณชั่วไม่มีสิทธิไม่มีส่วนในชีวิตเราได้อีกต่อไป นิสัยเราเปลี่ยนใหม่แล้ว เราเป็นคนถูกสร้างใหม่แล้ว นิสัยเก่าๆเดิมๆที่ไม่ถูกต้องก็ล่วงไป

2คร. 5:17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น


พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในเราเป็นมัดจำ แสดงว่าที่เราอยู่ในโลกเรามีพระผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรืออีกผู้หนึ่งที่เป็นเหมือนพระเยซู อยู่ด้วยกับชีวิตเรา   ต่างกันกับคนในสมัยพระคัมภีร์เดิมน่ะครับ พระวิญญาณพระเจ้ามาหาคนของพระเจ้าเป็นครั้งคราว แต่ในสมัยยุคพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูขึ้นบนสวรรค์แล้วขอพระบิดาประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่กับคริสเตียนตลอดไป และเป็นมัดจำ  ยังมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่รอเราอยู่เบื้องหน้าอีก

ยน. 14:16 เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป
ยน. 14:17 คือพระวิญญาณแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะแลไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ในท่าน

เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่ในโลกและรอคอยพระองค์ผู้จะเสด็จมาในอนาคต พระคำพระเจ้าได้เตือนใจเราไว้ว่าอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย

อฟ. 4:30 และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้ เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

จะเห็นว่าจะมีวันที่จะทรงไถ่ให้รอด คือการรอดพ้นจากโลกนี้เมื่อพระองค์กลับมารับเรา ในตอนนี้พระวิญญาณพระเจ้าประทับตราหมายเราไว้แล้วว่าเราเป็นลูกของพระองค์ อย่าทำให้พระองค์เสียพระทัย

4. ได้รับกรรมสิทธิ์    เมื่อท่านออกจากโลกนี้ไป ท่านจะรับกรรมสิทธิ์แห่งมรดกที่พระบิดาประทานให้กับเรา  เมื่อเราอยู่ในโลกเราได้รับพระผู้ช่วยเป็นมัดจำ เมื่อเราออกจากโลกเราได้รับมรดกแห่งเมืองสวรรค์เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา

เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา  มรดก คำในภาษากรีก คือ การเป็นทายาท    ในความหมายของทายาท มีผู้ให้ความหมายไว้ดังนี้   นิยามของคำว่า ทายาท' ‘ทายาท' คือ บุคคลที่ได้รับมรดก มรดก' คือ สิ่งที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ หรือ ตระกูล    ดังนั้นมรดกของคริสเตียนคือสิ่งที่ถ่ายทอดมาจากพระบิดาของเรา  มาไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของเราหรือการครอบครองของเรา 

พระองค์เป็นเจ้าของสวรรค์ เมืองบรมสุขเกษม พี่น้องสามารถเข้าไปอ่านได้จากพระธรรมวิวรณ์สองบทสุดท้ายน่ะครับว่าสวรรค์นั้นเป็นอย่างไร

สรรเสริญพระเจ้าสำหรับชีวิตใหม่ที่ได้เริ่มต้นของเรา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น