วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

A) Word of God : Baptize with the Holy Ghost and with fire.

บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ     

                วันนี้ที่เอาเรื่องนี้มาพูดเพราะต้องการศึกษาและทำความกระจ่างกับสิ่งซึ่งพระเจ้าได้พูดไว้ในพระคัมภีร์  เมื่อก่อนเวลาผมอ่านพระคัมภีร์ก็จะดูเพียงการบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น  ส่วนบัพติศมาด้วยไฟที่พระคัมภีร์ได้ พูดไว้ใน มัทธิว 3:11 และลูกา 3:16  นั้น ก็เพียงอ่านผ่านๆไป
Matt 3:11 I G1473 indeed G3303 baptize G907 you G5209 with G1722 water G5204 unto G1519 repentance G3341: but G1161 he that cometh G2064 after G3694 me G3450 is G2076 mightier than G2478 I G3450, whose G3739 shoes G5266 I am G1510 not G3756 worthy G2425 to bear G941: he G846 shall baptize G907 you G5209 with G1722 the Holy G40 Ghost G4151, and G2532 [with] fire G4442:

บัพติศมา  G907 βαπτίζω baptizo (bap-tid'-zo)  = จุ่มมิด

            เมื่อผมมีข้อสงสัยอย่างนี้แล้ว จึงเริ่มต้นอธิษฐานถามพระเจ้าว่า บัพติศมาด้วยไฟหมายความว่าอย่างไร  พระเจ้าทรงนำผมให้มีสมมติฐานบางอย่างดังที่เขียนไว้ในบล็อกก่อนหน้านี้  และก็ค่อยๆศึกษาดูเรื่อยมา  ถึงวันนี้แล้วผมคิดว่า สามารถสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ดังนี้ครับ

                เมื่อดูจากบริบทที่พระเยซูได้พูดถึงการบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เกี่ยวกับพระสัญญาของพระบิดา ซึ่งมาจาก โยเอล 2:28
ลูกา 24:49 49   และดูเถิด  เราจะส่งซึ่งพระบิดาของเราทรงสัญญานั้น  มาเหนือท่านทั้งหลาย  แต่ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ในกรุงกว่าท่านจะได้ประกอบด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบน"
สิ่งที่พระบิดาได้ทรงสัญญาไว้นั่น คือ ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ฤทธิ์เดชในภาษากรีกคือคำว่า dunamis

                ท่านทั้งหลายจำบล็อกก่อนหน้านี้ ที่ผมแบ่งปันเรื่องน้ำจากพระวิหารได้ใช่ไหมครับ แหล่งแห่งน้ำนั้นมาจากพระเจ้าและให้กับเรา  เมื่อเราเชื่อ พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาภายในเรา ทำให้เราบังเกิดใหม่ เหมือนพระเยซูระบายลมปราณให้กับพวกสาวก  ยอห์น 20:22   ครั้นพระองค์ตรัสดังนั้นแล้วจึงทรงระบายลมหายใจออกเหนือเขา  ตรัสกับเขาว่า  "จงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด     นี่คือเหตุการณ์ที่พวกสาวกมีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในชีวิต  และพระเยซูยังได้บอกให้พวกเขารอรับฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบนอีก  นั่นแสดงว่าคริสเตียนเมื่อเชื่อเรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่กับเรา  แต่เมื่อจะออกไปรับใช้ดั่งเช่นพวกสาวก  เราต้องประกอบด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์

กิจการ 1:8  8   แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช  เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน  และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม  ทั่วแคว้นยูเดีย  แคว้นสะมาเรีย  และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก"
Power กจ.1:8  G1411 δύναμις dunamis (doo'-nam-is)

                ดังนั้น การรับบัพติศมาพระวิญญาณบริสุทธิ์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คริสเตียนทุกคนที่รับใช้ในงานของพระเจ้าประกอบด้วยฤทธิ์เดช (dunamis)  งานรับใช้ของคริสเตียนคือเพื่อขยายแผ่นดินของพระเจ้าไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก  เมื่อเราออกไปรับใช้ เราต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ ทั้งฝ่ายกายภาพและเกินธรรมชาติ  เราจึงจำเป็นต้องมี dunamis ของพระเจ้า
 
ประเด็นที่สำคัญกว่าคือที่พระเยซูพูดกับพวกสาวก คือให้รอคอยรับ dunamis  การรับบัพติศมาเพื่อรับ dunamis  เป็นเรื่องการรับใช้  ดังนั้นบัพติศมาด้วยลม(พระวิญญาณบริสุทธิ์) ด้วยไฟ  ก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการรับใช้ เพื่อออกไปทำให้พระมหาบัญชาให้สำเร็จ
                ผมพูดถึงลมและไฟบ่อยๆ เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์แปลความหมายในภาษากรีกได้อีกอย่างหนึ่งว่า ลม เหมือนดังเช่น ยอห์น 20:22 ที่พระเยซูระบายลมปราณให้พวกสาวก  พระวิญญาณบริสุทธิ์ = ลมหายใจ  แต่เมื่อพวกเขาจะออกไปรับใช้ พวกเขาต้องรับบัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์(ลมหายใจ)และด้วยไฟ 

ลมนำทิศนำทาง เช่น มธ. 4:1 นำพระเยซูเข้าในถิ่นทุรกันดาร , มธ.10:20 ผู้พูดไม่ใช่เรา แต่เป็นพระวิญญาณ , กจ.8:29 บอกฟิลิปให้ไปใกล้รถ , กจ.8:39 รับฟิลิปไป , กจ.10:19 พระวิญญาณบอกเกี่ยวกับคนสามคนที่มาหาเปโตร , กจ.11:12 พระวิญญาณนำเปโตร   เป็นต้น

ยอห์น 3:8  8   ลม  {ภาษากรีกเป็นคำเดียวกัน  แปลได้ทั้งลมและวิญญาณใคร่จะพัดไปข้างไหนก็พัดไปข้างนั้น  และท่านได้ยินเสียงลมนั้น  แต่ท่านไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน  คนที่บังเกิดจากพระวิญญาณ  ก็เป็นอย่างนั้นทุกคน"

พระวิญญาณในพระคัมภีร์ใหม่ หมายถึงลมได้ G4151 πνεῦμα pneuma (pnyoo`-mah)  

พระวิญญาณในพระคัมภีร์เดิมก็เช่นกัน หมายถึงลม  H7307 רוַּח ruwach (roo'-akh)  

                บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือลม คือการที่เราจุ่มมิดในการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือลม  เพื่อการรับใช้

 ที่นี้ ไฟ fire

G4442 πῦρ pur (poor`) n.

ดูการกระจายงาน ในหนังสือกิจการ  จากเยรูซาเล็ม ไปยูเดีย ไปสะมาเรีย และสุดปลายแผ่นดินโลก   บัพติศมาด้วยไฟน่าจะเกี่ยวข้องกับไฟในการรับใช้มากกว่า  พระเยซูให้บัพติศมา เพื่อพวกเขาจะออกไปทำตามพระมหาบัญชา  หนังสือกิจการเราจะเห็นการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ออกไปจากจุดศูนย์กลางคือเยรูซาเล็ม และแพร่ขยายออกไปเรื่อยๆ  ดังนั้นในทัศนะส่วนตัวจึงเชื่อว่า บัพติศมาด้วยไฟที่ยอห์นพูดถึงนี้ น่าจะเป็นไฟการฟื้นฟูที่แพร่ลามออกไปได้ ดังที่เราได้เห็นการบันทึกเหตุการณ์นี้ในหนังสือกิจการ  เห็นการแพร่ขยายลุกลามออกไปเรื่อยๆตั้งต้นที่เยรูซาเล็ม จนไปสุดปลายแผ่นดินโลก    ส่วนไฟคำอื่นๆ เช่น ไฟการชำระ  ไฟการพิพากษา น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลักษณะชีวิตของเราแต่ละคนมากกว่า

เราจะสังเกตเห็นที่ยอห์นพูดถึงบัพติศมาด้วยไฟ ในมัทธิว 3:11  11   เราให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำ  แสดงว่ากลับใจใหม่ก็จริง  แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลังเรา  ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก  ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะถอดฉลองพระบาทของพระองค์  พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลาย  รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ   
นี่คือบัพติศมาเพื่อออกไปรับใช้  ส่วนที่ยอห์นได้พูดต่อใน มัทธิว 3:12  12   พระหัตถ์ของพระองค์ถือพลั่วพร้อมแล้ว  และจะทรงชำระลานข้าวของพระองค์ให้ทั่ว  พระองค์จะทรงเก็บข้าวของพระองค์ไว้ในยุ้งฉาง  แต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด้วยไฟที่ไม่รู้ดับ"
ข้าพเจ้าเชื่อว่านี่คือไฟการชำระ  ซึ่งจะมีการชำระในวันสุดท้าย เมื่อนั้นพระองค์จะแยกแพะแยกแกะ  แยกข้าวละมานออกจากข้าวสาลี  แยกแกลบออกจากข้าว  และเผาเสียด้วยไฟ    เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในวันสุดท้าย  คนละเหตุการณ์กับที่พระเจ้าให้เราประกอบด้วยฤทธิ์เดชเพื่อออกไปรับใช้

                สิ่งที่ยอห์นได้พูดถึงการรับบัพติศมานี้ ก็ได้สำเร็จในชีวิตของพวกสาวก เมื่อพวกเขาแสวงหาพระเจ้า และรอคอยสิ่งที่พระบิดาทรงสัญญาไว้นั้น  กิจการ 2:2-3 เราได้เห็นพระวิญญาณบริสุทธิ์มาสู่สาวก 120 คนนั้น ด้วยปรากฏการณ์การสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Manifestation) เป็นเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกและเป็นเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น   และเขาทั้งหลายนั้นต่างคนต่างก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์กันทุกคน
               
                สรุป  พระเยซูได้สั่งสอนเราและพวกสาวกว่า  เมื่อเราเชื่อเรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในชีวิตเราแล้ว ทำให้เราบังเกิดใหม่ รับความรอด มีพระวิญญาณบริสุทธิ์สอนเรา ตักเตือนเราเวลาเราทำผิด ฯลฯ  เหมือนยอห์น บทที่ 4 ที่บังเกิดเป็นบ่อน้ำพุพลุ่งขึ้นถึงชีวิตในตัวเรา  แต่เมื่อเราออกไปรับใช้ พระเยซูบอกให้เราแสวงหา รอคอยรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ ก็เป็นการจุ่มมิดในชีวิตเราด้วยฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ (dunamis) ทำให้เรามีกำลัง ฤทธิ์เดชในการรับใช้ ออกไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก  โดยได้รับการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ลม)  และมีไฟในการรับใช้ แพร่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ  (นอกจากนั้นไฟนี่ยังติดต่อไปยังคนอื่นๆได้)  เป็นเหมือนธารน้ำหลายสายไหลออกไปจากภายในเรา ดังใน ยอห์นบทที่ 7

           ทั้งหมดนี้  พระคัมภีร์บอกเราใน  ลูกา 10:19  ดูเถิด เราได้ให้พวกท่านมีอำนาจเหยียบงูร้ายและแมงป่อง และมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่ากำลังศัตรู ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะทำอันตรายแก่ท่านได้เลย
Luke 10:19 Behold G2400, I give G1325 unto you G5213 power G1849 to tread G3961 on G1883 serpents G3789 and G2532 scorpions G4651, and G2532 over G1909 all G3956 the power G1411 of the enemy G2190: and G2532 nothing G3762 shall G91 by any means G3364 hurt G91 G91 you G5209.

พระเจ้าให้เรามี exousia (power คำแรก= การควบคุม,มีอำนาจเหนือ,สิทธิอำนาจ) มากกว่า dunamis (power คำที่สอง= อำนาจอัศจรรย์) ของศัตรู
G1849 ἐξουσία exousia (ex-ou-see'-ah)  

มัทธิว 10:1 มีสิทธิอำนาจ(exousia)เหนือผี , มาระโก 3:15 ให้มี exousia รักษาความเจ็บไข้ได้ป่วยและขับผีออกได้ (ไทยฉบับคิงเจมส์ และภาษากรีก)  ฯลฯ  Mark 3:15 และให้มีอำนาจรักษาโรคต่างๆและขับผีออกได้ 

          ภาพเปรียบเทียบ ตำรวจกับรถบรรทุก  แม้รถบรรทุกจะคันใหญ่ มีpower เหมือนมีฤทธิ์เดช แต่ว่าตำรวจมีสิทธิอำนาจ เมื่อตำรวจโบกมือให้รถบรรทุกหยุด  รถบรรทุกต้องหยุด  เช่นเดียวกัน ผีมารซาตานอาจมีฤทธิ์เดช(dunamis)ของมัน  แต่เรามาในพระนามพระเจ้าจอมโยธา เรามีสิทธิอำนาจ(exousia) เหนือผี เราบอกหยุดในพระนามพระเยซู มันต้องหยุด  เราขับผีออกในพระนามพระเยซู มันต้องออก


                ดังนั้นการที่เราออกไปรับใช้พระเจ้า เราจึงไม่ต้องกลัวสิ่งใดเลย  ไม่มีสิ่งใดสามารถทำอันตรายเราได้ ถ้าพระเจ้าไม่อนุญาต  เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา  แม้ซาตานประสงค์จะทำลายชีวิต แต่มันไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าพระเจ้าไม่อนุญาต  ความจริงพระเจ้าบอกผมไว้ก่อนแล้วในอดีตว่า อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าเจ้าได้แต่กาย แต่เราจะให้เจ้าเป็นขึ้นมาใหม่  ขอบคุณพระเจ้า  พระเจ้ากระทำให้ผมกลับมามีชีวิตใหม่เพื่อประกาศพระนามพระเจ้าต่อไป      สุดท้ายของคำหนุนใจ แม้เราไม่กลัวสิ่งใด แต่เราก็ควรดำเนินชีวิตด้วยความระแวดระวัง อธิษฐานสวมยุทธภัณท์ทั้งชุด ไปด้วยใจถ่อมสุขุมสมกับขนาดความเชื่อ  หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อของเราด้วย  อาเมน...  ขอให้พระเจ้าครอบครองแผ่นดินไทย  ให้พระสิริของพระเจ้ามาปรากฎเหนือประเทศไทย  ให้คนทั้งหลายไม่ว่าผู้ใหญ่ผู้น้อยได้ประจักษ์แจ้ง เห็นพระเจ้าเป็นจริงในประเทศไทย  ข้าพเจ้ารอคอยวันนั้น 20 กว่าปีแล้ว ใกล้จะถึงวันนั้นแล้ว สาธุการแด่พระนามพระเจ้า....

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

C) Experience : เก็บข่าวสารมาฝาก-เสียงทูตสวรรค์ร้องเพลง

          ได้ดูจากเว็บtangleของคริสเตียน คลิปนี้แล้วประทับใจมาก เสียงทูตสวรรค์ร้องเพลง เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์เมืองแคนซัส เขาบอกว่าคนเจ็ดคนไปฝึกร้องเพลงประสานเสียงAcappellaอยู่ในโบสถ์ (แบบดนตรีในโบสถ์) ไม่มีเครื่องดนตรี  เขาได้อัดเสียงที่ฝึกร้องเอาไว้แล้วก็หยุดร้อง  เมื่อมาเปิดฟังมีเสียงทูตสวรรค์ร่วมร้องเพลงเป็นพันๆเสียงร่วมร้อง มีเสียงเครื่องดนตรีนานาชนิดด้วย เมื่อพวกเขาหยุดร้องไปแล้ว แต่ยังมีเสียงSoloของทูตสวรรค์ร้องอยู่   เสียงทูตสวรรค์ร้องเป็นพันๆเสียงนี้  Professor ทางด้านดนตรีบอกว่า เสียงแบบนี้ไม่มีมนุษย์คนใดร้องได้   เสียงสูงเกินกว่าเสียงมนุษย์จะไปถึง  และมนุษย์ไม่สามารถจะลากเสียงร้องยาวนานแบบนี้ได้ บอกได้อย่างเดียวว่า Supernatural ลองฟังดูครับ
http://www.tangle.com/view_video?viewkey=8115b5983ed27fa3d40b

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

B) Revival : เก็บข่าวเบื้องต้นของการฟื้นฟู

ภาพนิเวศอธิษฐานที่คริสตจักรความหวังพิษณุโลก



















          สัปดาห์นี้ได้มาที่พิษณุโลก  ได้มาเห็นนิเวศอธิษฐานที่คริสตจักรความหวังพิษณุโลกได้จัดทำขึ้น  คริสตจักรได้เห็นความสำคัญของการอธิษฐาน ได้จัดเวรยามอธิษฐานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในนิเวศอธิษฐานและการอธิษฐานตามบ้าน เลยถ่ายภาพมาให้ดูครับ
          นอกจากนั้น ได้พบและสอบถามผู้นำบุรีรัมย์ถึงเรื่องการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  ผมเชื่อว่านี่เป็นเพียงกระแสการฟื้นฟูที่กระเซ็นกระสายมาบ้างเล็กๆน้อยๆ  แต่ยังไม่ใช่การฟื้นฟูใหญ่  อาจารย์ได้เล่าให้ผมฟังว่า     มีการเปลี่ยนแปลงในคริสตจักรต่างๆเกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  คริสตจักรต่างๆเกิดการรวมตัวกัน  มีผู้เชื่อเข้ามาเพิ่มขึ้นในคริสตจักรต่างๆ
         อีกที่หนึ่งที่จังหวัดลำพูน พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เทลงมาในคริสตจักร  ผู้นำเกิดความกล้าหาญในการประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า  และคริสตจักรได้ขยายออกไปในหลายๆอำเภอ  สรรเสริญพระเจ้า!
          สิ่งที่ข้าพเจ้าสำรวจมา เป็นเพียงสัญญาณบอกเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ว่า จะมีการฟื้นฟูใหญ่เกิดขึ้นในไทย  จะมีกระแสคลื่นพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาลุกท่วมประเทศไทย  คนไทยจะหิวกระหายและแสวงหาพระเจ้า เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น นั่นเป็นหมายสำคัญว่าพระเจ้าได้เริ่มงานของพระองค์เหนือประเทศไทยแล้ว   ถ้าท่านพบเห็นเหตุการณ์นั้น ขอความกรุณาท่านได้ส่งข่าวมาให้ข้าพเจ้าได้ทราบด้วยที่ ppexplore@gmail.com จะเป็นความกรุณาอย่างมาก  ข้าพเจ้ากำลังเก็บรวบรวมสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยให้สมกับที่รอคอยมา 27 ปี  นี่เป็นสิ่งที่เก็บข่าวคราวมาเล่าให้ท่านฟังครับ




วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

A) Word of God : อสค.47 ดื่มด่ำในกระแสธารแห่งพระพรอันล้ำลึกของพระเจ้า


            เกิดความคิดที่จะเขียนบทความตอนนี้จาก เอเสเคียล บทที่ 47 เมื่อนมัสการพระเจ้าในรอบนมัสการวันอาทิตย์ พระเจ้าได้ให้การดลใจจากพระธรรมตอนนี้เรื่องสายน้ำจากพระวิหารว่าเมื่อเดินไปในระยะแรกนั้น น้ำสูงระดับข้อเท้า  เข่า และเอว  เรายังสามารถเดินไปได้ด้วยกำลังของเราเอง  แต่เมื่อถึงระดับสุดท้ายที่เราลอยตัว ต้องว่ายไปนั้น เป็นภาพที่พระเจ้าให้เหมือนกับว่า เราลอยอยู่ในกระแสธารของแม่น้ำนั้น  เราลอยอยู่ในกระแสของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เราไม่ได้ทำอะไรสิ่งใดด้วยกำลังตนเองอีกต่อไป  แต่เราทำทุกสิ่งด้วยกำลังที่มาจากพระเจ้า

                การดำเนินชีวิตไปกับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก  ถ้าเราเข้าใจ เราหิวกระหาย เราขอพระเจ้ามานำหน้าเรา  ผมเชื่อว่าพระเจ้าจะพาเราไปตามการทรงนำของพระองค์ 

                เราจะไม่เพียงใช้กำลัง ปัญญา ความสามารถ ฯลฯ ของตนเองอีกต่อไป  แต่เราจะอยู่ในการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์   แน่นอนพระเจ้าสร้างเรามาให้มีสติปัญญา  ให้มีกำลัง  ให้มีความสามารถในสิ่งต่างๆ ผมไม่ได้บอกว่าให้เราทิ้งสิ่งนั้น แล้วรอคอยพระเจ้าอย่างเดียว   ผมกำลังสื่อสารว่าทุกสิ่งที่เรามีอยู่ เราต้องให้พระเจ้ามีส่วนร่วม มอบถวายความสามารถนั้น  กำลัง สติปัญญานั้นให้พระเจ้ามีส่วนร่วม  ไม่เพียงใช้ความสามารถของตนเองอีกต่อไป   ต่อไปนี้เวลาเราจะไปทำแคร์ เราจะไปทำโดยขอพระเจ้ามีส่วนร่วม อธิษฐานถามพระเจ้าก่อนว่าวันนี้ที่เราจะไปแคร์ พระเจ้าประสงค์จะทำสิ่งใดเพื่อคนในแคร์เราจะรับพระพรพระเจ้า , เวลาเราทำธุรกิจหรือทำการงานสิ่งใด เราจะให้พระวิญญาณบริสุทธิ์มีส่วนร่วมเสมอ , เวลาเราไปเรียนหนังสือ เราขอพึ่งพระสติปัญญาของพระเจ้าในการเรียนด้วย ฯลฯ  อย่างนี้ เราจะมีความดื่มด่ำในกระแสธารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ดังที่ผมได้เขียนหัวเรื่องเอาไว้

                จากเอเสเคียลนี้  ผมอาจเปรียบเทียบจากพระธรรมยอห์นได้ จากยอห์น บทที่ 4 เรื่องน้ำพุแห่งชีวิต ซึ่งเมื่อเราต้อนรับพระเยซูคริสต์ พระวิญญาณมาอยู่กับเราบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุพลุ่งขึ้นถึงชีวิต  แต่เมื่อเรารับฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราเป็นเหมือน ยอห์นบทที่ 7 มีกระแสลำธารน้ำหลายสายไหลออกไปจากภายในผู้นั้น  น้ำทำให้มีชีวิตใช่หรือไม่  จากบ่อน้ำพุกลายมาเป็นลำธารน้ำไหลออกไป เมื่อเรารับฤทธิ์เดชเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์นั่นเอง  เปรียบเหมือนลำธารน้ำนั้นไหลออกมาจากพระวิหาร ที่ทรงสถิตของพระเจ้า ไหลออกไป  ไหลออกไป จนกลายเป็นลำธารน้ำใหญ่มากมาย พาเราลอยไปชมพระพรพระเจ้าในที่ต่างๆดั่งปรากฎในพระคัมภีร์ที่เราได้ฟังคำเทศน์มาแล้ว

เปรียบเทียบ
 ยอห์น 4:14   น้ำ   water       ---------->              ยอห์น 7:38  แม่น้ำ  rivers
เอเสเคียล 47:3-4  น้ำ   waters   -------->              เอเสเคียล 47:5  แม่น้ำ  river
ยอห์นกับเอเสเคียลต่างกันตรงที่ พระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในเราตามที่ยอห์นเขียน ขณะที่ในเอเสเคียลสายธารนั้นไหลออกมาจากพระวิหาร มาจากพระเจ้า
น้ำในเอเสเคียลนั้น เมื่อดูจากภาษาอังกฤษ Water เติม s หมายถึงแหล่งน้ำ  น้ำนั้นไหลออกมาจากพระวิหาร แหล่งน้ำธำรงชีวิตของเราทั้งหลาย   ต้นตอของน้ำนั้นไหลมาจากพระวิหาร จากพระเจ้า  ในเอเสเคียล 47 จากพระเจ้าไหลออกไป  เมื่อผู้ใดรับน้ำนั้น ก็จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุพลุ่งขึ้นถึงชีวิตในตัวเราตามที่กล่าวถึงใน ยอห์น 4 และเมื่อผู้นั้นรับฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์  บ่อน้ำพุนั้นกลายเป็นแม่น้ำหลายสาย ยอห์น 7 ไหลออกจากภายในเรา  ให้ฤทธิ์เดชกับเราประกอบมหกิจของพระเจ้า   ให้ชีวิตแก่ผู้คนที่พบเห็น กระหาย และต้อนรับพระคริสต์

                พระเยซูเวลาเดินไปภูเขามะกอกเทศเพื่อจะอธิษฐาน เวลาออกมาจากพระวิหารก็ออกมาทางด้านตะวันออก  ออกไปทางประตูตะวันออก (East Gate หรือ Benjamin Gate หรือ Golden Gate ในสมัยปัจจุบัน) ไปภูเขามะกอกเทศ(Mt. Of Olives)ซึ่งอยู่ด้านตะวันออก
น้ำจากพระวิหารนั้นไหลออกมาทางด้านตะวันออก  อสค.47:1 ประตูพระวิหารนั้นหันหน้าไปทางด้านตะวันออก  ประเทศไทยนั้นอยู่ทางด้านตะวันออก  นี่จะเป็นหมายสำคัญบอกเหตุเราได้ไหมว่า พระเจ้าจะอวยพรประเทศไทย  จงรับเอาไว้ด้วยความเชื่อ  จงรับพระพรจากพระเจ้าด้วยความเชื่อ  จงดื่มด่ำไปกับสายธารแห่งพระพรของพระเจ้า  ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์เคลื่อนไหวบนท่าน  ขอพระเจ้าประทานใจที่ไวต่อการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในพระนามพระเยซูเจ้า อาเมน!










พระวิหารอยู่ติดกับOld City ทางด้านขวา ซึ่งถัดพระวิหารไปคือ Mt. Of Olives

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

A) Word of God : Joshua Generation

Joshua Generation

            ข้าพเจ้าได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรกเมื่อตอนที่ไปอธิษฐานที่อิสราเอล และดูเหมือนเป็นชื่อที่คริสตจักรในประเทศต่างๆก็ใช้กัน  ความเข้าใจแรกเริ่มเมื่อได้ยินก็คิดว่า คงเป็นโปรแกรมการสร้างคนรุ่นใหม่มั๊ง แต่ว่าที่จริงแล้วคืออะไร  ก็ต้องลองศึกษาดูจากพระคัมภีร์ครับ

            โดยความตั้งใจของคริสตจักรทุกคริสตจักรที่มีสุขภาพดีย่อมปรารถนาเห็นคริสตจักรเคลื่อนที่ เจริญเติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพ  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย   สิ่งที่จะทำให้คริสตจักรสามารถสานต่อนิมิตนั้นได้คือคนที่มีคุณภาพ คนคือบุคคลากรที่มีคุณค่า  เมื่อพระเจ้าจะทำสิ่งใดในโลก พระเจ้าใช้คน พระเจ้าใช้เอโนค พระเจ้าใช้โนอาห์ พระเจ้าใช้อับราฮาม และพระเจ้าใช้เรา และคนต่อจากเรา
                Joshua Generation จึงเป็นเหมือนโครงการที่มาจุดประกายนิมิตนั้นให้สำเร็จ  Joshua นั้นทำอะไรบ้าง มีแผนในการสานงานต่ออย่างไร ฯลฯ 

                ชื่อโยชูวา มาจากภาษาฮีบรู คำที่ H3091         יהושׁע    יהושׁוּעyehôshûa  yehôshûa    yeh-ho-shoo'-ah, yeh-ho-shoo'-ah  และคำที่ H3091 มาจากคำที่  H3068   יהוה    yehôvâh   yeh-ho-vaw' หรือพระเยโฮวาห์นั่นเอง  โดยสรุปชื่อของโยชูวา ก็มาจากชื่อของพระนามพระเจ้า  ดังนั้น การใช้ชื่อ Joshua Generation จึงให้ความหมายของ สายพันธุ์หรือพงษ์พันธุ์ของพระเจ้า นั่นเอง   นอกจากนั้นชื่อพระเยซูก็มาจากคำในภาษาฮีบรู   Jesus คำที่  G2424   Ἰησοῦς   Iēsous   ee-ay-sooce'   Of Hebrew origin [H3091]

                ที่นี่เรามาดูกันว่า พงษ์พันธุ์ของพระเจ้าหรือโยชูวาที่รับช่วงผู้นำต่อมาจากโมเสสนั้น ในพระคัมภีร์เราเห็นอะไรบ้าง

·        Joshuaนั้นอยู่เคียงข้างโมเสส  ปฎิบัติสิ่งต่างๆตามคำสั่งที่มาจากโมเสส เช่นที่เราเห็นชื่อของโยชูวาปรากฏครั้งแรกใน อพยพ บทที่ 17:9  และในข้อที่ 10 โยชูวาได้ทำตามคำสั่งนั้น
9   โมเสสสั่งโยชูวาว่า  "จงเลือกชายฉกรรจ์ฝ่ายเราออกไปสู้รบกับพวกอามาเลข  พรุ่งนี้เราจะยืนถือไม้เท้าของพระเจ้าอยู่บนยอดภูเขา"
10   โยชูวาก็ทำตามคำสั่งของโมเสส  ออกสู้รบกับพวกอามาเลข  ส่วนโมเสส  อาโรน  และเฮอร์  ก็ขึ้นไปบนยอดภูเขานั้น

·        พระเจ้าจะทำอะไร ต้องบอกให้โยชูวาทราบด้วย (สมัยนั้นพระเจ้ายังไม่ได้ตรัสโดยตรงแก่โยชูวา แต่พระเจ้าบอกโมเสสให้เล่าให้โยชูวาทราบพระประสงค์ของพระเจ้าด้วย)  อพยพ 17:14
14   พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า  "จงเขียนข้อความต่อไปนี้ลงไว้ในหนังสือเพื่อเป็นที่ระลึก  ทั้งเล่าให้โยชูวาฟังคือว่าเราจะลบล้างชื่อชนชาติอามาเลข  ไม่ให้ปรากฏในความทรงจำของประชาชนภายใต้ฟ้านี้เลย"

·        โยชูวาอยู่กับโมเสส ผู้นำของเขาตลอดเวลา เช่นตอนนี้เมื่อโมเสสกล่าวกับพวกผู้ใหญ่ โยชูวาก็อยู่ด้วย
อพยพ 24:13-14
13   โมเสสจึงลุกขึ้นพร้อมกับโยชูวาผู้รับใช้  โมเสสขึ้นไปบนภูเขาของพระเจ้า
14   และกล่าวแก่พวกผู้ใหญ่เหล่านั้นว่า  "คอยเราอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะกลับมาหาพวกท่านอีก  อาโรนและเฮอร์อยู่กับพวกท่าน  ใครมีเรื่องราวอะไรก็จงมาหาท่านทั้งสองนี้เถิด"

·        โมเสสเปลี่ยนชื่อโฮเชยา  (ผู้ส่งสาร ผู้ช่วยเหลือ) มาเป็น โยชูวา (พระเยโฮวาห์ผู้ช่วยให้รอดหรือผู้นำชาวยิว) ใน กันดารวิถี 13:16
16   ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อคนที่โมเสสใช้ไปสอดแนมที่แผ่นดินนั้น  และโมเสสเรียกชื่อโฮเชยาบุตรนูนว่าโยชูวา
·        โฮเชยาหรือโยชูวา เป็นหัวหน้าในเผ่าเอฟราอิม ร่วมกับผู้นำอีก 11 เผ่า ซึ่งโมเสสส่งไปสอดแนมที่ดินแดนคานาอัน  สุดท้ายมีเพียง 2 คน คือ โยชูวาและคาเลบ เท่านั้นที่มีสายตามองเหตุการณ์ต่างๆด้วยความเชื่อ  โยชูวาและคาเลบได้กล่าวเตือนประชากรอิสราเอลว่าอย่ากบฎต่อพระเจ้า

·        พระเจ้าได้บอกให้โมเสสวางมือบนโยชูวา เพื่อส่งต่อการนำประชากรของพระเจ้าใน  กันดารวิถี 27:18
18   และพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า  "จงนำโยชูวาบุตรนูนผู้มีพระวิญญาณอยู่ภายในเขามา  จงเอามือของเจ้าวางบนเขา

·        พระคัมภีร์บอกว่าเขาติดตามพระเจ้าด้วยสุดหัวใจของเขา  นี่คือคุณสมบัติของผู้ที่ควรจะเป็น Joshua Generation ใน กันดารวิถี 32:12  
12   เว้นแต่คาเลบบุตรเยฟุนเนห์คนเคนัส  และโยชูวาบุตรนูน  เพราะว่าเขาทั้งสองตามพระเจ้าด้วยใจจริง"

·        ในเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 31 เป็นเวลาช่วงสุดท้ายก่อนโมเสสจะไปอยู่กับพระเจ้า  พระเจ้าได้เรียกโมเสสและโยชูวาเข้าไปในเต็นท์นัดพบเพื่อจะพูดคุยกับพวกเขา  และในข้อที่ 23 พระเจ้าตรัสกับโยชูวาโดยตรง

·        พระเจ้าตรัสกับโยชูวา หลังจากโมเสสได้สิ้นชีวิตแล้ว  โยชูวา 1:1
1   อยู่มาเมื่อโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าสิ้นชีวิตแล้ว  พระเจ้าตรัสกับโยชูวาบุตรนูนรองโมเสสว่า

โดยสรุป เมื่อเราดูจากพระคัมภีร์  Joshua Generation น่าจะเป็น
1.        คนที่มีแนวโน้มว่าพระเจ้าสร้างชีวิตเขาได้ ซึ่งมาจากการที่พระเจ้าเลือก   กดว. 27:18
2.        คนนั้นน่าจะเป็นคนที่มีความเชื่อดี ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆได้ด้วยใจที่เชื่อฟัง (เหนือสิ่งอื่นใด เชื่อฟังพระเจ้าสูงสุด)  อพย. 17:9-10
3.        จะต้องเป็นคนที่มีพระวิญญาณพระเจ้าอยู่ภายใน คือพระเจ้าอยู่ด้วยกับเขาหรือว่าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย   กดว. 27:18
4.        ลักษณะชีวิตเป็นคนที่ติดตามพระเจ้าด้วยสุดหัวใจของเขา   กดว. 32:12
5.        เป็นคนที่ยินดีรับการสร้างชีวิตผ่านทางผู้นำที่พระเจ้าเจิมตั้งไว้    อพย. 24:13-14
6.        จะต้องเป็นคนที่ทราบแผนการของพระเจ้าเกี่ยวกับประชากรของพระองค์ ผู้นำจะต้องถ่ายทอดให้พวกเขาทราบ   อพย. 17:14

นี่คือสิ่งที่เห็นจากพระคัมภีร์ครับ หวังว่าจะเป็นพรต่อพี่น้อง จากหลักการที่เห็นในพระคัมภีร์  แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ ชาโลม!

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

B) Revival : House of Prayer

House of Prayer นิเวศน์แห่งการอธิษฐาน

                เหตุที่เขียนเรื่องนี้เพราะตอนที่ศึกษาคำว่า Ethnos เห็นว่ามีเรื่อง House of Prayer เกี่ยวเนื่องอยู่ในตอนที่พูดถึง Ethnos ด้วย  และ House of Prayer นี้เป็นสิ่งที่ประเทศต่างๆทั่วโลกทำกันด้วย   สิ่งที่เขาทำกันนั้น มาจากพระคัมภีร์พระกิตติคุณ 4 เล่ม คือ
มก.11:17
17   พระองค์ตรัสสอนเขาว่า  "มีพระวจนะเขียนไว้มิใช่หรือว่า  นิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐานสำหรับประชาชาติทั้งหลาย  แต่เจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เป็น  ถ้ำของพวกโจร
17   And he taught, saying unto them, Is it not written, My house shall be called of all nations the house of prayer? but ye have made it a den of thieves.
·        ประชาชาติในข้อนี้หมายถึงคนต่างชาติครับ (Ethnos)

มธ.21:13    13   พระองค์ตรัสกับเขาว่า  "มีพระวจนะเขียนไว้ว่า  นิเวศของเราเขาจะเรียกว่า  เป็นนิเวศอธิษฐาน  แต่เจ้าทั้งหลายมากระทำให้เป็น  ถ้ำของพวกโจร
·        พระธรรมมาระโกเขียนให้ชาวโรม  ส่วนพระธรรมมัทธิวเขียนให้คนยิว

ลก.19:46   46   และตรัสแก่เขาว่า  "มีพระวจนะเขียนไว้ว่า  นิเวศของเราควรจะเป็นนิเวศอธิษฐาน  แต่เจ้าทั้งหลายมากระทำให้เป็น  ถ้ำของพวกโจร
·        พระธรรมลูกาเขียนให้ชาวกรีกอ่าน

·        สำหรับในพระธรรมยอห์นมีในบทที่ 2 เขียนให้คริสตจักรสากล

นิเวศแห่งการอธิษฐานมีเขียนถึงในหนังสือพระกิตติคุณเท่านั้น  ในสมัยพระคัมภีร์เดิม นิเวศก็คือพระวิหาร ผู้ที่เข้ามาอธิษฐานนำเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะความผิดบาปของประชาชนมามอบให้กับพระเจ้าได้ คือมหาปุโรหิตเท่านั้นปีละ 1 ครั้ง ผ่านทางสัตวบูชา  แต่สำหรับสมัยพระคัมภีร์ใหม่  ทุกคนเข้ามาหาพระเจ้าได้ผ่านทางพระเยซูคริสต์ ทุกคนสามารถแสวงหาพระเจ้าเป็นการส่วนตัวหรือมาร่วมกันอธิษฐานเป็นส่วนร่วมก็ได้ ในนิเวศอธิษฐาน  ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า House of  Prayer  คำคำนี้ใช้ว่า House ก็ได้หรือ Temple ก็ได้ในภาษากรีก  G3624
οἶκος   oikos    oy'-kos  และ  G4335   προσευχή   proseuchē    pros-yoo-khay'

สำหรับในพระคัมภีร์เดิม เช่น
อสย.56:7        7   คนเหล่านี้เราจะนำมายังภูเขาบริสุทธิ์ของเราและกระทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของเราเครื่องเผาบูชาของเขาและเครื่องสักการบูชาของเขาจะเป็นที่โปรดปรานบนแท่นบูชาของเรา  เพราะนิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐาน  สำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย
  • นิเวศอธิษฐานสำหรับเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล  (บรรดาชนชาติ = เผ่าพันธุ์อิสราเอล)

พระคัมภีร์บอกว่า  เราเป็นนิเวศของพระเจ้า (1เปโตร 2:5)  ภาพพระเยซูคริสต์มาจัดการเคลียร์นิเวศในฝ่ายกายภาพไม่ให้มีสิ่งต่างๆมารกรุงรังดังในหนังสือพระกิตติคุณ  ก็เป็นภาพที่มาถึงเราด้วยที่เป็นที่สถิตของพระเจ้าในฝ่ายพระวิญญาณว่าชีวิตเราต้องสะอาด บริสุทธิ์ สมควรต่อพระวิญญาณพระเจ้า    และไม่เพียงเท่านั้นเราควรมาทูลคำอธิษฐานต่างๆในนิเวศแห่งการอธิษฐานซึ่งคริสตจักรของเราได้จัดห้องไว้เพื่อการอธิษฐานด้วยเช่นกัน


หน้าที่ของเราต้องอธิษฐานเผื่อให้คนได้รับความรอด ต้องนำเรื่องจากประชาชนคือคริสเตียนทั้งหลายมาทูลต่อพระเจ้า ฯลฯ นี่คือหน้าที่ในนิเวศน์อธิษฐานสำหรับเผ่าพันธุ์อิสราเอลทั้งหลายซึ่งก็คือพวกเรา เราสามารถดูคำอธิษฐานที่พระเยซูสอนได้ที่ มัทธิว บทที่ 6    สำหรับคนยิวภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อิสยาห์ได้กล่าวถึงนั้นก็คือภูเขาศิโยนที่เป็นที่ตั้งของพระวิหารนั่นเอง  แล้วทำไมต้องเป็นภูเขาศิโยนด้วย  ภูเขาอื่นๆไม่ได้หรือ?  เพราะว่าพระเจ้าบอกไว้ว่านามของพระองค์จะอยู่ที่นั่น  นี่เองจึงเป็นเหตุให้คนยิวคิดจะสร้างพระวิหารหลังที่สามที่นี่
1พงศ์กษัตริย์ 8:29   เพื่อว่าพระเนตรของพระองค์จะทรงลืมอยู่เหนือพระนิเวศนี้ทั้งกลางคืนและกลางวัน  คือสถานที่ซึ่งพระองค์ได้ตรัสว่า  "นามของเราจะอยู่ที่นั่นเพื่อว่าพระองค์จะทรงสดับคำอธิษฐาน  ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์จะได้อธิษฐานตรงต่อสถานที่นี้

นามในภาษาไทย  เชมในภาษาฮีบรู  H8034            שׁםshêm   shame    นามหรือเชม คือชื่อของพระองค์จะอยู่ที่นั่น  อักษรในภาษาฮีบรูคำนี้มีรูปลักษณ์ที่เทือกเขาศิโยนนี้จริงๆ  เราสามารถมองเทือกเขาศิโยนนี้ และสามารถเห็นคำว่า shame ได้ที่เทือกเขานี้   











นอกจากนั้นท่านสามารถไปดูพระนามพระเจ้า 16 พระนามได้ที่นี่ครับ  http://www.gracezone.org/index.php/bible-study/361-god-name

ทุกทุกอย่างที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์ล้วนมีความหมายทั้งสิ้น  นี่คือสิ่งที่พระเยซูได้บอกไว้ว่าแม้สักขีดเดียวจะไม่สูญไปจากธรรมบัญญัติ (มธ.5:18)   สิ่งใดที่พระเจ้าได้พูดไว้แล้ว จะต้องบังเกิดขึ้นทั้งสิ้น  วันเวลาการพิพากษาโลกนี้จะเกิดขึ้นแน่  จุดจบของโลกนี้จะเกิดขึ้นแน่  เราต้องเตรียมตนเองให้พร้อม  เราต้องอธิษฐานเผื่อให้คนไทยพร้อม มีใจเปิดและได้รับความรอด

เมื่อเราปรารถนาจะเห็นการฟื้นฟูในไทย  เราต้องเคลียร์พื้นที่ฝ่ายวิญญาณก่อน  เราต้องส่งคำอธิษฐานของเราออกไปทั่วทุกสารทิศ ให้ผีมารไม่สามารถกุมขังคนไว้ในค่ายของมันได้  เราต้องอธิษฐานขอการปลดปล่อยโซ่ตรวนพันธนาการจากคนไทย  เราต้องอธิษฐานขอให้คริสตจักรทั้งหลายได้เห็นความจริงนี้และตระหนัก  เราจะเพียงแต่รอการฟื้นฟูไม่ได้  เราต้องทำส่วนของเราด้วย  อธิษฐาน  เตรียมตนเองให้พร้อม สวมยุทธภัณธ์ทั้งชุด และออกไปทำสงครามกับผีมารซาตานในพระนามพระเยซูเจ้า อาเมน..

ไม่เพียงแต่อธิษฐาน เราต้องออกไปนำวิญญาณคนให้มารู้จักพระคริสต์ด้วย  ขอพระเจ้าทรงโปรดอวยพระพรท่านทั้งหลายให้พรักพร้อมในการทำการดีเพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์

สุดท้าย ขอมอบเพลงอิสราเอลให้ท่านทั้งหลายฟังสักหนึ่งเพลง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาพูดว่าอะไร แต่ได้ยินมัทชียาห์ ๆ ๆ ๆ ก็คงจะหมายถึงพระเมสสิยาห์คือพระเยซูคริสต์นั่นเองครับ  http://file2.ws/audiotrack3